ตุ่มเล็กๆ บนหน้าลูก สัญญาณบ่งบอก 5 โรคนี้
เมื่อใบหน้าของลูกเกิดเม็ดตุ่มขึ้น หากแค่เม็ดสองเม็ดคุณแม่อาจไม่ได้สังเกตกันเท่าไหร่ หรืออาจเห็นแล้วแต่ไม่เอะใจว่าจะเป็นอันตรายกับลูกของเราหรือไม่ วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับตุ่มที่ขึ้นบนใบหน้าของลูกน้อยมาบอกกัน ว่าตุ่มแบบไหนจะเป็นสัญญาณบ่งบอกโรคอะไรหรือไม่
1.เม็ดตุ่มสีขาวเม็ดเล็ก
ตุ่มชนิดนี้จะเรียกว่าผื่นมิเลีย ลักษณะจะเป็นตุ่มเม็ดเล็กๆ สีออกขาวหรือออกเหลืองขุ่น คล้ายๆกับสิวข้าวสารของผู้ใหญ่ เพียงแต่ผื่นมิเลียนั้นเป็นไม่นานเหมือนสิวข้าวสาร โดยปกติจะหลุดหายไปได้เองเมื่อเด็กอายุได้ 1-3 เดือน โดยผื่นมิเลียนั้นจะขึ้นตามจมูก แก้ม คาง เป็นตุ่มที่เห็นได้ทั่วไปในเด็กเล็กและไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
2.ตุ่มแดงคล้ายสิวอักเสบ
พบได้บริเวณแก้มหรือศีรษะ ซึ่งจะพบได้จากทารกเพศชายเป็นส่วนใหญ่ และมักจะพบกับเด็กวัย 3 สัปดาห์ขึ้นไป โดยผื่นชนิดนี้เกิดจากฮอร์โมนในตัวเด็กหรือของแม่เองไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานก่อนวัย ซึ่งตุ่มแบบนี้ไม่เป็นอันตรายกับเด็กแต่อย่างได้ และตุ่มแบบนี้จะหายไปได้เองเรียกว่า “สิวในทารก”
3.ตุ่มน้ำใสๆ
ตุ่มน้ำใสๆ จะพบเจอได้มากบริเวณใบหน้า ต้นแขน ต้นขา ซึ่งเป็นภาวะจากการอุดตันของรูขุมขน คุณแม่ควรตัดเล็บของลูกให้สั้นอยู่เสมอหากลูกมีตุ่มแบบนี้ เพราะหากทารกเกาตุ่มน้ำแบบนี้จะแตกได้ง่ายและยังทิ้งรอยแดงไว้ให้คุณกังวลใจเล่นอีกด้วย หากแต่ตุ่มแบบนี้เมื่อผ่านไปสักสามถึงสี่เดือนก็จะหายได้เองโดยที่ไม่ต้องรักษา เรียกว่า “ผดผื่นทารก”
4.ตุ่มหนองฐานสีแดง หรือตุ่มน้ำใส
บางครั้งพบเป็นตุ่มนูนสีแดงคล้ายกับโดนยุงกัด เจอได้มากบริเวณใบหน้า แขนขา ซึ่งเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ ซึ่งเป็นความผิดปกติเพียงเล็กน้อยและพบได้มากในทารกแรกเกิดจน 1 เดือน โดยผื่นแบบนี้ไม่เป็นอันตรายกับทารกแต่อย่างใดและสามารถที่จะยุบหายได้เองภายในหนึ่งเดือน ตุ่มแบบนี้เรียกว่า “ผื่นแดง”
5.เป็นตุ่มใสบ้าง หนองบ้าง แดงบ้าง
เจอได้มากบริเวณใบหน้า ร่องก้น ข้อพับตามแขนและขาของเด็ก มักจะเป็นบ่อยๆ ในหน้าร้อนที่อากาศอบอ้าว อากาศไม่ดี หรือใส่ชุดที่หนาจนเกินไปทำให้เกิดการอับชื้น ซึ่งตุ่มแบบนี้สามารถหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์แต่การรับมือของคุณแม่สามารถทำได้ด้วยอาบน้ำปะแป้งให้เด็กบ่อยๆ